วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเลย


วัดป่าห้วยลาด อ.ภูเรือ จ.เลย


วัดป่าห้วยลาด อ.ภูเรือ จ.เลย ตั้งอยู่บ้านห้วยลาด ถนนเลย-ภูเรือ ถ้าเดินทางมาจากทางจังหวัดเลย ก่อนเข้าอำเภอภูเรือ ประมาณ 6 กิโลเมตร หมู่บ้านห้วยลาด จะเห็นวัดป่าห้วยลาดตั้งอยู่ด้านล่างของภูคลั่ง มองไปจะเห็นอุโบสถตั้งอยู่สง่างาม ภายในอุโบสถเป็นสถานที่ตั้งของพระสัพพัญญู เป็นพระประธานสีขาวทั้งองค์ขนาดใหญ่ สวยงามมาก วันนี้เก็บภาพบรรยากาศของพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งฟ้าหยาด ณ วัดป่าห้วยลาด ภูเรือ จังหวัดเลย พระกริ่งฟ้าหยาด ผ่านพิธี ๙ วัด ๑.เททองหล่อ วัดปริวาศ กทม  ๒.พุทธาภิเษกวัดใหญ่ไชยมงคล อยุธยา ๓.พุทธาภิเษกวัดตูม อยุธยา ๔.พุทธาภิเษกวัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม ๕.พุทธาภิเษกวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ๖.พุทธาภิเษกวัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่ ๗.พุทธาภิเษกวัดพระธาตุเชิงชุม สกลนคร ๘.พุทธาภิเษกวัดพระธาตุพนม นครพนม และ ๙.พุทธาภิเษก ๓ วัน ๓ คืน เกจิจาก ๙ ประเทศ 

ภาพพระธาตุศรีสองรักพระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย สร้างเมื่อ  พ..2103  แล้วเสร็จเมื่อ พ.. 2106 ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อเป็นสักขีพยานแสดงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างกัน กับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต  (เวียงจันทร์)ประวัติความเป็นมาของพระธาตุศรีสองรักพระธาตุศรีสองรัก  เป็นเจดีย์ที่ก่อด้วยอิฐถือปูนมีฐานเป็นเหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละประมาณ  8 เมตร  สูงประมาณ 32  เมตร  อยู่ห่างจากที่ตั้งจังหวัดเลยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1กิโลเมตรและอยู่ห่างจากที่ตั้งจังหวัดเลยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ  83  กิโลเมตร  องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุศรีสองรักบนเนินริมน้ำหมัน  ซึ่งเป็นวัดที่ไม่มีพระภิกษุพำนักอยู่ในวัดนอกจากองค์พระเจดีย์แล้ว  ถัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีโบสถ์  1  หลัง  ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปนาคปรก  1  องค์  และพระพุทธรูปอื่น ๆ อีกบ้าง  และถัดองค์พระเจดีย์ไปทางทิศตะวันตกมีศิลาจารึก  1  แผ่น  ซึ่งจารึกตำนานการสร้างพระธาตุศรีสองรักด้วยอักษรธรรมอยู่ด้วยบริเวณรอบๆ พระธาตุศรีสองรัก
พระธาตุศรีสองรัก  ได้สร้างขึ้นในแผ่นดินของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ผู้ครอบครองกรุงศรีอยุธยาแห่งอาณาจักรสยามสมัยนั้น  และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทร์แห่งอาราจักรล้านช้างสมัยนั้น  เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำสัญญาทางพระราชไมตรี  และเป็นด่านกั้นเขตแดนของสองพระนครใสสมัยโน้น  ทั้งนี้เนื่องจากในระหว่างที่กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ครองราชสมบัติ  ตรงกับสมัยที่พม่าเรืองอำนาจ  เพราะพม่ามีกษัตริย์ที่เข้มแข็งในการสงครามปกครองคือ  พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้  และพระบุเรงนองได้ยกทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยาและกรุงศรีสัตนาคนหุตหลายคราว  สมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช  ด้านหน้าบันไดก่อนเข้าตัวพระธาตุศรีสองรักจึงทำไมตรีกัน  เพื่อร่วมกันต่อสู้กับพม่าและเพื่อเป็นที่ระลึกในการทำไมตรีกันครั้งนี้  ได้ทรงร่วมกันสร้างพระเจดีย์ขึ้นเป็นสักขีพยานจึงได้ขึ้นชื่อว่า “ พระธาตุศรีสองรัก ” ตามตำนานกล่าวไว้ว่าได้สร้างขึ้น  ณ ที่กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำโขงกับแม่น้ำน่านบนโคกไม้ติดกัน  เริ่มสร้างแต่ พ.. 2103  ตรงกับปีวอก  โทศก  จุลศักราช 922  และเสร็จเมื่อ พ.. 2106  ตรงกับปีกุล  เบญจศก   จุลศักราช   925  ในวันพุธขึ้น  14 ค่ำ เดือน  6 และได้ทำพิธีฉลองสมโภชในวันพฤหัสบดี  ขึ้น  15 ค่ำ  เดือน  6การสร้างพระธาตุศรีสองรัก  นับเป็นสักขีพยานในความรักใคร่ของชนชาติเผ่าลาวในดินแดนล้านช้างสมัยนั้นอีกมุมลานเดินเข้าสู่ตัวพระธาตุศรีสองรัก  มาตั้งแต่โบราณการเป็นอย่างดี  และพระธาตุศรีสองรักนี้  ประชาชนในท้องที่จังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ  เป็นปูชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในวันเพ็ญเดือน  6  จะการทำพิธีสมโภชและนมัสการพรเจดีย์ขึ้นทุกปีจนถือเป็นประเพณีตลอดมาจนทุกวันนี้  พระธาตุศรีสองรัก  นับแต่สร้างมาจนถึงปัจจุบันนี้นับได้  400  ปีเศษ  นอกจากเป็นปูชนียสถานสำคัญของอำเภอด่านซ้าย  ยังเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเลบริเวณลานหญ้าด้านหน้าตัวพระธาตุศรีสองรัก

"ยอดภูเรือ" เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติ และสนสามใบที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้... ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย - ลาวได้ 

          อย่างไรก็ตาม ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือยังมีจุดที่น่าสนใจและน่าเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปสวยงามมากๆ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และรายละเอียดการท่องเที่ยวได้ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ โทร. 0-4288 -4144 ... แล้วเจอกันที่ "อุทยานแห่งชาติภูเรือ" นะคะ

ยอดภูเรือ

การเดินทาง 

          จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (เลย - ภูเรือ) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49 - 50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ 
ประเพณีเล่นผีตาโขน อ.ด่านซ้ายจังหวัดเลย .จัดต้นฤดูผล ทุกปี งานระดับโลกแบบนี้มีหรือจะพลาด


1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ( ทางหลวงหมายเลข 21 ) เมื่อเลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปมุ่งหน้า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 269.4 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 203 ขับตรงไป ประมาณ55.8 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2014 ขับตรงไปประมาณ 10.6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวา ไปทางอำเภอ ด่านซ้าย แล้วขับตรงไปประมาณ 800 เมตร ทางด้านซ้ายมือ คือ งานผีตาโขน
ประเพณีแห่ผีตาโขนจัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า "งานบุญหลวง" หรือ "บุญผะเหวด" ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับ งานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติ ประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย สำหรับในปีนี้ ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2555 ขึ้นใน วันที่ 22-24 มิ.ย.2555 โดยขบวนแห่ผีตาโขน จะจัดขึ้นใน วันที่ 23 มิถุนายน 2555 บริเวณวัดโพนชัยและหน้าที่ ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยงานบุญหลวง ประเพณผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เป็นประเพณีสำคัญ เพราะอยู่ใน สิบสองเดือนสี่งานบุญผะเหวด (พระเวส)แหผีตาโขนแม้จะมีเล่นในอีสานถิ่นอื่นบ้าง แต่ที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นที่รู้จักและ จะยังคงอยู่คู่กับ "พระธาตุศรีสองรัก" ตลอดไป

การละเล่นผีตาโขน
เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมี การละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติมีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวมๆกัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน 
- วันแรก
 เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อ นิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้ เกิดความสุข สวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถาและให้อีกคนลงไปในน้ำ งมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมาถาม ว่า "ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่" ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า "ไม่ใช่" พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า "ใช่ นั่นแหละ พระอุปคุตต์ที่แท้จริง" เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พาน แล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการ ทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัดซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรือ อยู่ตามที่ต่างๆก็จะมา ร่วม ขบวนด้วยความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้ดัง เสียงดัง 
- วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย 
เจ้าพ่อกวน นั่งอยู่บนกระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตาม
เสด็จไปรอบเมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออก ให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่ แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่ 
วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่ง
ฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิตแก่ชีวิต


ชนิดของผีตาโขน
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่าง
เทศกาลผีตาโขน
- ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำ และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
เทศกาลผีตาโขนเทศกาลผีตาโขน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น