วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เทคนิคการเขียน Resume สำหรับผู้ที่อยากมีงานทำ ไม่ว่าจะเป็นงาน Part time/Full time

เทคนิคการเขียน Resume สำหรับผู้ที่อยากมีงานทำ ไม่ว่าจะเป็นงาน Part time/Full time เขียนอย่างไรให้ Resume ของเราน่าสนใจ ได้รับการเรียกสัมภาษณ์ หลายๆ คนเริ่มกังวล บางคนเพิ่งจะเรียนจบ บางคนอยากเปลี่ยนงานใหม่ Resume เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสมัครงานเพราะเป็นด่านแรกที่บริษัท ต่างๆ จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครว่าสมควรจะรับหรือไม่รับเข้าทำงาน






การเขียนประวัติส่วนตัวหรือ Resume ที่ได้เรียบเรียบ และจัดทำมาเป็นอย่างดี สมบูรณ์ ข้อมูลครบถ้วน จะเพิ่มโอกาสได้งานของคุณ ต้องเป็นการนำเสนอตัวคุณให้เป็นที่น่าสนใจ สร้างความประทับใจให้กับผู้ว่าจ้างเป็นลำดับแรก จุดนี้ที่ทำให้ได้รับโอกาสในการเรียกสัมภาษณ์งานต่อไป


การเขียน Resume
 Resume เป็นหนึ่งเครื่องมือสำคัญสำหรับคนที่กำลังหางาน เพราะ Resume จะสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้สมัคร ซึ่งองค์กรสามารถมองความเป็นตัวคุณได้จากประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน จะประกอบด้วย

>>>>>ข้อมูลส่วนตัว ส่วนนี้วางอยู่บนสุดมีรายละเอียดของ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ชื่อ ที่อยู่, เบอร์มือถือ, เบอร์บ้าน, อีเมล์, รูปถ่ายปัจจุบัน และ ฟอนต์ที่ใช้อาจจะใหญ่กว่าส่วนอื่นๆในเรซูเม่ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน
ข้อมูลการศึกษา ให้เริ่มจากการศึกษาสูงสุดลงไป โดยเรียงตามปีที่จบการศึกษาล่าสุด ซึ่งจะประกอบไปด้วย ระบุชื่อของสถาบัน, คณะและสาขาที่จบการศึกษา,สามารถใส่ GPA ลงไปได้, หากมีการเรียนปริญญาโทหรือปริญญาตรีมากกว่าหนึ่งสถาบัน ให้เริ่มด้วยปี ตามด้วยสถาบันที่จบสูงสุดไว้เป็นอันดับแรก ต่อด้วยสถาบันถัดมา

>>>>>ประสบการณ์การทำงานโดยให้เรียงลำดับจากบริษัทที่ทำงานล่าสุด ถอยไปจนถึง บริษัทที่ทำงานที่สุดท้าย สำหรับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ทำงานมานานประมาณสิบถึงยี่สิบปี หากใส่รายละเอียดครบทุกที่อาจจะมีเนื้อหาแน่นจนเกินไป ให้เลือกเฉพาะ ตำแหน่งที่สำคัญและตรงกับงานที่กำลังสมัครมากที่สุด ส่วนที่ไม่สำคัญ ให้ลดข้อมูลตรงนี้บ้างก็ได้, ในตำแหน่งที่เคยทำงานมา ให้ระบุตำแหน่ง ความรับผิดชอบ รายละเอียดงานโดยย่อ หากต้องการที่จะใส่ข้อมูลเกี่ยวกับริษัทที่ทำไว้ด้วย
ความสามารถ/ทักษะต่างๆ จะต้องเป็นทักษะที่สามารถใช้งานได้จริง สิ่งที่ควรระบุไว้ในส่วนทักษะคือ ภาษาต่างประเทศ เช่น ดีมาก ดีพอใช้, คอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมอะไรได้ชำนาญบ้าง,โปรแกรมเฉพาะทาง เช่น โปรแกรมทางด้านบัญชี วิศวะ ดีไซน์ หรือโปรแกรมอื่นๆ ,คอร์สที่ได้รับอบรมมา รวมทั้งประกาศนียบัตรต่างๆที่เชื่อมโยงกับวิชาชีพ

>>>>>บุคคลอ้างอิง  ควรเป็นบุคคลที่รู้จักตัวเราเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องนิสัยและการทำงาน อาจจะเป็นบุคคลที่เคยร่วมงานมาก่อนจากองค์กรเก่า หรืออาจารย์ที่ปรึกษา ในกรณีที่เพิ่งเรียนจบ


    






     

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น