วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเลือกเพศด้วยวิธีธรรมชาติ อยากรู้ไหมทำอย่างไร


การเลือกเพศด้วยวิธีธรรมชาติ อยากรู้ไหมทำอย่างไร ลองศึกษาข้อมูลแบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทำได้ด้วยตนเองก่อน การเลือกเพศสิ่งที่เป็นตัวกำหนดคือ โครโมโซมเพศ XX, XY ไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะสามารถเลือกเพศลูกว่าชายหรือหญิง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

Cr. by http://frynn.com


อะไรเป็นตัวกำหนดเพศลูก

ทำไมจึงเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ? สาเหตุเป็นเพราะภายในเซลล์หรืออณูของร่างกายมนุษย์จะมีโครโมโซม (Chromosome) หรือแท่งพันธุกรรมอยู่ 23 คู่ หรือ 46 แท่ง ซึ่งในจำนวนนี้ 22 คู่ หรือ 44 แท่ง จะเป็นแท่งพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดลักษณะต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ หน้าตา ความสูง ความเตี้ย สีผม สีผิวหนัง ฯลฯ และอีกที่เหลือ 1 คู่ หรือ 2 แท่งนั้นจะเป็นแท่งพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดเพศ หรือที่เราเรียกกันว่า “โครโมโซมเพศ” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเด็กที่เกิดมานั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศชาย
โดยคุณแม่จะมีโครโมโซมเพศเป็น XX ส่วนคุณพ่อจะมีโครโมโซมเพศเป็น XY หมายความว่า ในน้ำอสุจิของคุณพ่อนั้นจะมีตัวอสุจิอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ อสุจิที่มีโครโมโซมเพศคู่ X ที่เป็นตัวกำหนดให้เป็นลูกสาว และโครโมโซม Y ที่เป็นตัวกำหนดให้เป็นลูกชาย ส่วนเซลล์ไข่ของคุณแม่นั้นจะมีโครโมโซมเพศแบบเดียว คือ โครโมโซม X ในเวลาที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ จำนวนโครโมโซมจะลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 23 แท่ง เซลล์สืบพันธุ์ของพ่อและของแม่จะรวมกันเมื่อเกิดการปฏิสนธิ ทารกจึงเป็นผลรวมทางพันธุกรรมของพ่อและแม่อย่างละครึ่ง ซึ่งอัตราส่วนของอสุจิที่มีโครโมโซม X ต่อ อสุจิที่มีโครโมโซม Y จะอยู่ที่ประมาณ 50% ต่อ 50% ดังนั้นในทางธรรมชาติแล้ว โอกาสที่จะได้ลูกชายหรือลูกสาวนั้นจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 ถ้าอสุจิของคุณพ่อตัวที่เจาะไข่เป็นตัว X ก็จะได้ลูกสาว แต่ถ้าเป็นตัว Y เจาะไข่ก็จะได้ลูกชาย
  • ถ้าไข่ของคุณแม่ (22 + X) ผสมกับอสุจิของคุณพ่อที่มีโครโซม X (22 + Xลูกที่เกิดมาก็จะเป็นลูกสาว ซึ่งมีโครโมโซม 44 แท่ง (หรือ 22 คู่) + XX
  • ถ้าไข่ของคุณแม่ (22 + X) ผสมกับอสุจิของคุณพ่อที่มีโครโซม Y (22 + Yลูกที่เกิดมาก็จะเป็นลูกชาย ซึ่งมีโครโมโซม 44 แท่ง (หรือ 22 คู่) + XY
เพศของลูกในครรภ์
ดังนั้นการจะได้ลูกสาวหรือลูกชายนั้นจึงขึ้นอยู่กับอสุจิของคุณพ่อว่าเป็นชนิดใด

การกำหนดเพศลูก

การเลือกเพศด้วยวิธีธรรมชาติ (Shettles Method) นอกจากการจะได้ลูกชายหรือลูกสาวจะขึ้นอยู่กับอสุจิของคุณพ่อว่าเป็นชนิดใดแล้วยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย เช่น สภาพกรดด่างภายในช่องคลอดกับคุณสมบัติของอสุจิด้วย คือ อสุจิตัว X (เพศหญิง) จะมีตัวใหญ่ ทำให้เคลื่อนไหวได้ช้า มีความอดทน ตายได้ยาก และทนต่อสภาพความเป็นกรดได้ดี ส่วนอสุจิตัว Y (เพศชาย) จะมีความอดทนน้อยกว่า ตายได้ง่าย และชอบสภาพความเป็นด่างมากกว่าความเป็นกรด มีลักษณะตัวเล็ก เบา และผอมเพรียว จึงเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ซึ่งเราพอจะกำหนดเพศลูกได้อย่างคร่าว ๆ คือ
  1. จังหวะวันร่วมเพศ : ถ้าอยากได้ลูกชายให้ร่วมเพศวันที่ตกไข่ (ก่อนวันตกไข่ 1 วัน และ 2 วันหลังตกไข่) เนื่องช่องคลอดจะมีสภาพความเป็นด่างสูง ทำให้อสุจิตัว Y จะวิ่งได้เร็วกว่าและจะเข้าไปเจาะไข่ได้ก่อน แต่ถ้าคุณอยากได้ลูกสาว ก็ให้ร่วมเพศก่อนวันตกไข่ประมาณ 2-3 วัน (ในกรณีที่สตรีมีรอบเดือนปกติมาสม่ำเสมอเดือนละ 28 วัน วันตกไข่จะอยู่ประมาณวันที่ 14 หรือ 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมาครับ) เพราะพอถึงจังหวะที่ไข่ตก อสุจิตัว X จะคงทนต่อสภาพความเป็นด่างซึ่งมีปริมาณมากกว่าได้เลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาติ
  2. ความถี่ในการร่วมเพศ : การมีเพศสัมพันธ์บ่อย ๆ จะทำให้อสุจิตัว Y มีจำนวนลดลง จึงมักจะได้ลูกสาว แต่ถ้าร่วมเพศน้อยครั้งลง ปริมาณของอสุจิตัว Y ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสได้ลูกชายมากขึ้น หากคุณอยากได้ลูกชายควรงดการมีเพศสัมพันธ์หรือสำเร็จความใคร่ก่อนวันออกรบประมาณ 5 วัน เพื่อทำให้เชื้ออสุจิอยู่ในระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  3. สุขภาพของฝ่ายชาย : หากคุณพ่อเป็นคนเครียด นอนน้อย ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มาก การใช้ยาเสพติด มีโรคประจำเดือน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ จะมีผลต่อการสร้างอสุจิหรือขัดขวางการผลิตสเปิร์ม ทำให้อสุจิมีปริมาณน้อยลง ลูกที่ออกมาจึงมีโอกาสที่จะเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อีกทั้งอสุจิเพศหญิง (X) นั้นยังมีความทนทานและตายได้ยากกว่าอสุจิเพศผู้ (Y) อยู่แล้ว ถ้าคุณพ่อไม่แข็งแรง ก็ไม่แปลกเลยครับที่อสุจิเพศชายจะอ่อนแอและตายได้ง่ายตามไปด้วยเลือกเพศบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ
  4. ระวังอย่าให้บริเวณอัณฑะร้อน : อัณฑะจะสามารถผลิตอสุจิได้สูงสุดเมื่อมีอุณหภูมิเย็นกว่าอุณหภูมิของร่างกายปกติ และอุณหภูมิที่เย็นสบายยังเหมาะต่อการอยู่อาศัยของอสุจิเพศชาย (Y) มากกว่า จึงทำให้มีโอกาสได้ลูกชายสูงขึ้น ดังนั้น ถ้าคุณอยากได้ลูกชายก็ควรจะหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อน การนั่งมอเตอร์ไซค์ที่ตากแดดนาน การใส่กางเกงในรัดแน่น ฯลฯ ถ้าเป็นได้ในช่วงก่อนออกศึกก็ให้หลีกเลี่ยงและระวังไว้ก่อนก็ดีครับ แต่ในทางกลับกันถ้าคุณอยากได้ลูกสาวก็แนะนำให้ฝ่ายชายอาบหรือแช่น้ำอุ่นนาน ๆ และบ่อย ๆ ก็จะทำให้อสุจิเพศหญิง (X) ได้เปรียบกว่า
  5. ท่าร่วมเพศก็สำคัญ : ในกรณีที่อยากได้ลูกสาวก็ไม่ยากเลยครับ ฝ่ายชายเพียงแค่อย่าหลั่งน้ำอสุจิให้ลึกมากนักและอย่ากระตุ้นให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดก่อน แต่ในกรณีที่อยากได้ลูกชายนั้นควรจะร่วมเพศในท่าทางที่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศได้ลึกที่สุดในขณะหลั่งน้ำเชื้อเพื่อทำให้น้ำอสุจิได้สัมผัสกับมูกที่ปากมดลูกโดยตรงมากที่สุด เพราะอสุจิที่เป็นเพศชายที่มีขนาดเล็กจะว่ายได้เร็วและไปถึงเส้นชัยก่อนตัวอสุจิที่เป็นเพศหญิง ส่วนท่าที่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศได้ลึกก็เช่น ท่าที่ฝ่ายหญิงนอนหงายอยู่ล่าง ใช้หมอนหนุนรองก้น ส่วนฝ่ายชายอยู่บน, ท่าด็อกกี้ (หญิงคลานสี่ขา ชายสอดใส่เข้าทางบั้นท้าย) ก็จะสอดใส่ได้ลึกหน่อยครับ ส่วนท่านารีขี่ม้า (ชายนอนหงายอยู่ล่าง หญิงอยู่บน) และท่าช้อนซ้อนกัน (นอนตะแคงเข้าหากัน) จะสอดใส่ได้ไม่ลึกมากนักครับ จึงมีโอกาสที่จะได้ลูกสาวมากกว่า
  6. การถึงจุดสุดยอดของฝ่ายหญิง : ถ้าอยากได้ลูกชาย ฝ่ายชายจะต้องกระตุ้นให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดก่อนหรือพร้อม ๆ กับฝ่ายชายให้ได้ เพราะในระหว่างการสำเร็จความใคร่ของผู้หญิงจะหลั่งเมือกที่เป็นด่างออกมาลดความเป็นกรดภายในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อตัวอสุจิเพศชาย จึงเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดของอสุจิเพศชาย อีกทั้งการสำเร็จความใคร่ของฝ่ายหญิงยังช่วยผลักดันให้อสุจิเข้าไปในปาดมดลูกได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าอยากได้ลูกสาวก็อย่าให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดครับ เพราะอสุจิเพศหญิงจะชอบอยู่ในสภาพช่องคลอดที่เป็นกรด
  7. ล้างช่องคลอดก่อนร่วมเพศ โดยมีคำแนะนำหรือความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า ถ้าหากคุณอยากได้ลูกชายให้ใช้ผงฟูหรือโซเดียมไบคาบอเนตประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำสะอาด 1 ลิตร แล้วใช้ล้างช่องคลอดก่อนการร่วมเพศประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อทำให้ช่องคลอดมีฤทธิ์เป็นด่างมากที่สุด แต่ถ้าอยากได้ลูกสาวก็ให้ล้างช่องคลอดด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู 3-5% ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ที่ผสมกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ก่อนร่วมเพศประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อทำให้ช่องคลอดมีสภาพความเป็นกรดมากที่สุด แต่ไม่แนะนำให้ปฏิบัติตามนะครับ เพราะทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยมาแล้วและพบว่ามันไม่ได้ผลครับ !! มีแต่จะก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากความเป็นกรดหรือด่างบางชนิดอาจอาจทำให้เกิดอันตรายต่อช่องคลอดได้แถมยังลำบากอีกต่างหาก (เขียนให้ทราบ อธิบายให้เข้าใจ และอย่านำไปปฏิบัติครับ)
  8. อุปนิสัยของคุณแม่ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ระบุว่าอุปนิสัยของคุณแม่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับเพศของลูก ถ้าคุณแม่เป็นคนไม่ค่อยประนีประนอมหรือไม่ค่อยยอมใครอยู่แล้ว ก็มักจะได้ลูกชาย แต่กลับกันหากคุณแม่เป็นคนประรีประนอมและยอมผู้อื่นก็มักจะได้สาวมากกว่าลูกชาย
  9. รูปร่างของพ่อแม่ อย่างที่ทราบกันแล้วว่าอสุจิที่เป็นตัวกำหนดเพศชายจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าอสุจิที่เป็นตัวกำหนดเพศหญิง หากคุณพ่อตัวสูงใหญ่และคุณแม่ตัวเล็ก (มีช่องคลอดสั้น) ลูกที่ออกมาก็มักจะเป็นเพศชาย หรือถ้าหากคุณแม่เป็นคนอ้วนหรือสูงใหญ่ (ช่องคลอดลึก) และพ่อตัวเล็ก ลูกที่ออกมาก็มักจะเป็นลูกสาว
แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็ใช่ว่าจะได้ผล 100% เพียงแต่เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสความน่าจะเป็นให้มีมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย และยังไม่มีการวิจัยรับรองผลที่ได้ เพียงแต่เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ที่สำคัญก็คือ คุณจะต้องปฏิบัติร่วมกันทุกวิธีที่กล่าวมาอย่างเคร่งครัดด้วยครับจึงจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น !! (ผู้เชี่ยวชาญบอกได้ผลประมาณ 70-80% แต่เมื่อนำมาปฏิบัติจริง ๆ ก็อาจจะไม่แตกต่างจากการโยนเหรียญหัวก้อยเท่าไหร่นัก แต่ผมว่าก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะครับ)
สรุปการเลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาตินั้น ถ้าคุณอยากได้ลูกชาย ให้อดใจไว้ก่อน ไม่ร่วมเพศกันบ่อย แล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์ในวันตกไข่หรือ 2 หลังวันตกไข่ โดยให้ร่วมเพศกันในท่าที่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศได้ลึกที่สุดในขณะหลั่งน้ำอสุจิ และที่สำคัญจะต้องกระตุ้นให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดก่อนหรือพร้อม ๆ กับฝ่ายชายด้วย ส่วนในกรณีที่อยากได้ลูกสาวก็ต้องร่วมเพศกันบ่อย ๆ เมื่อถึงในวันเผด็จศึก คือ ก่อนวันไข่ตกประมาณ 2-3 วัน ในขณะร่วมเพศจะต้องไม่สอดใส่อวัยวะเพศให้ลึกมากนักในขณะหลั่งน้ำอสุจิและอย่าให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอด (อย่าร่วมเพศในวันตกไข่หรือหลังวันตกไข่ เพราะจะทำให้อดได้ลูกสาวได้)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น