Our Sponsors

หารายได้พิเศษทําที่บ้าน งาน Parttimeตอนเย็น หลังเลิกเรียน

สำหรับ นิสิตนักศึกษา คนว่างงาน พนักงานบริษัท และผู้ที่ต้องการ หารายได้พิเศษทําที่บ้าน งาน Parttimeตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน วันหยุด งานทำระหว่างเรียน หลังเลิกงาน เป็นรายได้พิเศษ รายได้เสริม เพียงแค่คุณสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ Internet ก็สามารถทำงานได้

งานเสริมรายได้ ผ่านอินเตอร์เน็ต ทำเวลาว่าง วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ รายได้ดี

นิสิต นักศึกษา พนักงานประจำ ผู้ว่างงาน ก็สามารถทำงาน part time เสาร์ อาทิตย์ อาชีพเสริม หลังเลิกงาน รายได้เสริม ระหว่างเรียน นอกเวลางาน เวลาว่าง อาชีพอิสระ รายได้พิเศษผ่านเน็ต สามารถรับไฟล์งานไปทำที่บ้านได้

หารายได้พิเศษเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น วันหยุด งานพิเศษทำที่บ้านได้ สนใจติดต่อคุณวิกานดาค่ะ!!

งานเสริมรับมาทําที่บ้าน งาน Part Time ทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน ตอนเย็น วันหยุด สำหรับ น้องๆ นิสิตนักศึกษา ที่ต้องการ งาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ หางานพิเศษทำที่บ้านได้ ทำเวลาว่าง นอกเวลางานประจำ

หางานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน สนใจติดต่อคุณวิกานดาด่วนค่ะ

หางานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน สำหรับ นิสิตนักศึกษา คนว่างงาน พนักงานบริษัท และผู้ที่ต้องการ หางานพิเศษทำที่บ้านได้ งาน Part time ทำเวลาว่าง วันหยุด ระหว่างเรียน

หางานทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน วันหยุด งานทำที่บ้านได้ สนใจติดต่อด่วนที่คุณวิกานดา

สำหรับ น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่กำลังต้องการ งานทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน วันหยุด งานทำที่บ้านได้ งาน Part time เสาร์อาทิตย์ ทำเวลาว่าง ตอนเย็น วันหยุด ระหว่างเรียน เป็นรายได้พิเศษ รายได้เสริม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

35 ขั้นตอนลดความอ้วน ให้หุ่นสวยเพรียว

วิธีลดความอ้วน


 อยากลดหุ่นให้เข้าที่หรือ? ง่าย ๆ เลยค่ะ ลองเลือกทำตามวิธีลดความอ้วน วิธีไหนเหมาะสมกับคุณบ้าง หรือจะเลือกใช้ทุกวิธี เอาให้ผอมทันใจก็ย่อมได้ รับรองว่าดีต่อสุขภาพค่ะ

 1.รับประทานผัก-ผลไม้มาก ๆ

          อย่าละเลยการรับประทานผัก-ผลไม้เด็ดขาดค่ะ เพราะผักผลไม้มีทั้งเส้นใย และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีกับคุณสาว ๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย

 2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอด ๆ และติดมัน

          อาหารทอด ๆ มาพร้อมกับน้ำมันที่จะมาทำให้คุณอวบอั๋นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ถ้าไม่อยากอ้วน อดใจไว้ค่ะ

 3.ทานดาร์กช็อกโกแลต

          ใช่ค่ะ คุณหูไม่ฝาด เรากำลังแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทั่ว ๆ ไปก็ทานได้หรอกนะคะ ต้องเป็นดาร์ก ช็อกโกแลตเท่านั้น ถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ และเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาว ๆ

 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

          แทบจะทุกบทความ ที่แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จึงช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณด้วย ซ้ำยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย หากคุณดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนทานอาหารทุกครั้ง แต่อย่าชะแว้บ! ไปมอง "น้ำอัดลม" หรือ "น้ำผลไม้" เชียว ยกเว้น "น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง" ที่เราแนะนำให้คุณดื่มได้

 5.ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน

          จำ และทำให้เป็นนิสัย เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว ทันทีหลังจากที่คุณเพิ่งตื่นนอน จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบา ทำงานได้อย่างคล่องตัว

 6.ทานอาหารเช้า

          จำได้ไหมว่า อาหารเช้าคืออาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถ้าหากคุณสาว ๆ พลาดอาหารเช้าในช่วงเวลา 6.00-10.00 น.ไปล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกหิวในมื้อต่อ ๆ ไปมากขึ้น ทีนี้ล่ะ คุณอาจจะเผลอตัวเผลอใจสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้ง แล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

 7.กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน

          การไดเอท ไม่ได้สำคัญที่ว่าคุณทานอะไรเข้าไป แต่สำคัญที่ว่า ทำไมคุณถึงทานเข้าไปต่างหาก ฉะนั้นแล้ว หากใครชอบกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพียงเพื่ออยากทานสิ่งนั้น จงเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนค่ะ ทานให้แต่พออิ่มจะดีกว่า และควรทานเมื่อเวลาที่หิวจริง ๆ 

 8.ออกกำลังกายสำคัญสุด ๆ

          แน่นอนว่า หนึ่งในวิธีที่คนทั่วโลกแนะนำก็คือ การออกกำลังกายนี่แหละ เพราะมันจะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ แถมยังจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมาก ๆ ด้วย หากคุณสาว ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลองหาเวลาเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ดีแล้ว ยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยล่ะ

 9.หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไดเอท

          เขาว่า "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่ามาท้อแท้กับการไดเอทเพียงลำพังเลย ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วชวนมาลดความอ้วนด้วยกันดีกว่า เพราะการมีเพื่อนหัวอกเดียวกัน จะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

 10.อย่ากักตุนอาหารในตู้เย็น

          สาว ๆ มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็น อ้างว่าเตรียมไว้รับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็มักจะเหลือเต็มตู้เย็น จนคุณสาว ๆ นั่นแหละต้องมาทานเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วน กำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมาทานได้ง่ายเกินไปนั่นเอง แต่ถ้าอยากจะมีอาหารติดในตู้เย็น แนะนำว่า ผักผลไม้ และบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลายจะเวิร์กที่สุดค่ะ

 11.อย่ากินไป ดูทีวีไป

          รู้หรอกน่า ว่าคุณสาว ๆ ชอบกินนั่น กินนี่ กินจุบกินจิบทั้งวันไม่เป็นเวลา โดยเฉพาะเวลานั่งดูโทรทัศน์ หรือนั่งอ่านหนังสือ มักจะหาอะไรติดไม้ติดมือเข้าปากเป็นประจำ แต่นั่นแหละค่ะ การที่คุณสาว ๆ หยิบคุ้กกี้บ้าง ขนมปังกรอบบ้าง มันฝรั่งทอดบ้าง เข้าปากแต่ละที คุณจะเพลินจนลืมเรื่อง "อ้วน" ไปชั่วขณะเลยทีเดียว

 12.ใส่ใจ "ข้าวกล้อง" กันให้มากขึ้น

          ปกติเรามักจะชินกับการรับประทาน "ข้าวขาว" ซึ่งจะได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่หากคุณเปลี่ยนมาทาน "ข้าวกล้อง" แทน คุณจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไป

 13."น้ำตาล" และ "เกลือ" จอมวายร้าย

          "น้ำตาล" เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก เพราะฉะนั้นบรรดาของหวาน ลูกอม น้ำอัดลม เค้กต่าง ๆ จงงดเสีย!!! ให้ดื่มน้ำมะนาวแทน หรือทานน้ำตาลที่มาจากผลไม้จะดีกว่า เช่นเดียวกับ "เกลือ" ที่เราควรได้รับโซเดียมวันละไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่เกลือ หรือโซเดียมที่ผสมอยู่ในขนมต่าง ๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดส์ รวมทั้งซุปที่ทานเข้าไปในแต่ละวัน ล้วนเกินปริมาณที่กำหนด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากมายตามมาได้ เพราะฉะนั้น ลดซะ!!!

 14.ระวัง!!! สลัดน้ำข้น

          คุณสาว ๆ หลายคนอาจสงสัย ทำไมทานสลัดอยู่ทุกวัน ๆ ยังอ้วนอีก เพราะลืมไปว่า ตัวเองทานผักสลัดกับสลัดน้ำข้นนั่นไงล่ะ รู้ไหมว่า สลัดน้ำข้นนั้นอุดมไปด้วยครีมนม และไขมันนม ซึ่งหากรับประทานเข้าไปมาก ๆ แม้จะทานกับผักก็เถอะ ร้อยทั้งร้อย "อ้วน" อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

 15.สรรหาจานสีเข้ม ๆ

          มีผลการศึกษาระบุว่า การใช้จานอาหารสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากทานอาหารมากขึ้น กลับกันหากคุณใช้จานอาหารสีเข้ม ๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน จะทำให้คุณลดความอยากอาหารลงไปได้ และนี่เองจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้คุณทานมาก จะได้ไม่ต้องลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตายภายหลังอย่างไรล่ะคะ

 16. ใช้ภาชนะให้เล็กลง

          นอกจากใช้ภาชนะสีเข้ม ๆ แล้ว การเปลี่ยนจานให้เล็กลง ก็เป็นวิธีทางจิตวิทยา ที่ทำให้เรารู้สึกว่า อาหารมีปริมาณมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็ว ไม่อยากหาอะไรทานอีก

 17.ลด "ชา" , "กาแฟ" , "ครีมเทียม" 

          การรับประทาน "ชา" , "กาแฟ" มากกว่าสองแก้วต่อวัน อาจทำให้คุณอ้วนได้ โดยเฉพาะหากใครชอบใส่ "ครีมเทียม" ในกาแฟ จะทำให้คุณได้รับแคลอรี่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งกาแฟสดทั้งหลายด้วยล่ะ

 18.เคี้ยวช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

          การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวอย่างละเอียด ช่วยคุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะจะทำให้สมองมีเวลาที่จะส่งสัญญาณไปบอกให้ท้องรู้สึกอิ่มได้แล้ว กลับกันคนที่เคี้ยวเร็ว กินเร็ว จะไม่รู้สึกอิ่มแม้ทานอาหารหมดจานแล้ว และเมื่อท้องไม่อิ่ม คุณสาว ๆ ก็มักจะมองหาของหวานตบท้ายมื้ออาหาร ซึ่งจะนำความอ้วนมาสู่ร่างกายของคุณอย่างชัวร์ ๆ

 19.หลีกเลี่ยงไข่แดง ให้ทานไข่ขาว

          ไข่แดง อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอล ที่เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจ และโรคอ้วน แต่ไข่ขาวไม่มีคอเลสเตอรอล ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่แดง หรือทานในปริมาณน้อย และหันมาทานไข่ขาวแทน นอกจากนี้ หากวันไหนทานไข่มาก ๆ ก็ควรงดการทานอาหารที่มีไขมันสูงในมื้ออื่น ๆ ของวันเดียวกันด้วย เพื่อไม่ให้มีคอเลสเตอรอลสะสมในร่างกายมากเกินไป

 20.อย่าให้รางวัลตัวเอง ด้วยการไปทานอาหาร

          สอบผ่าน! โปรเจกท์ผ่าน! พรีเซนต์งานผ่าน! ไปฉลองกันดีกว่า!!! หยุดความคิดนี้เลยค่ะ เพราะการที่คุณให้รางวัลกับความสำเร็จของตัวเอง ด้วยการไปรับประทานอาหารตามใจปาก อาจทำให้คุณอ้วนได้เหมือนกัน ทางที่ดีให้รางวัลกับตัวเองด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ยกเว้นเรื่องกิน!!! เช่น ไปช้อปปิ้ง ไปเที่ยวพักผ่อน นวดหน้า ทำผม ขัดผิว ฯลฯ จะดีที่สุดค่ะ

 21.จำไว้ อย่าอด

          ใช่ว่า การไดเอทคือการอดอาหาร เพราะยิ่งคุณอดอาหารเท่าไหร่ จะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังทำให้คุณหิวมากขึ้นมากขึ้น จนทำให้คุณสามารถทานได้มากกว่าปกติในมื้อต่อไป

 22.แบ่งทานบางส่วน ไม่ต้องทานให้หมด

          สาว ๆ หลายคนบ่นเสียดายอาหารที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากเหลือทิ้งไว้ แต่สำหรับกฎเกณฑ์ของการลดความอ้วน คุณไม่จำเป็นต้องทานหมดหรอกค่ะ โดยคุณควรจะแบ่งอาหารในจานไว้ 4 ส่วน แล้วทานเพียงแค่ 3 ส่วนก็เพียงพอแล้ว 

 23.อย่าทานอะไรหลังมื้อเย็นอีก

          ไม่ดีแน่ หากคุณทานขนม หรืออาหารอะไรหลังจากคุณทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ทางที่ดีคือ ควรจะให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการย่อยอาหาร แล้วไปเริ่มทำงานใหม่ในมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า

 24.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า หากคุณพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ดังนั้น อาจทำให้คุณยับยั้งชั่งใจในการรับประทานไม่อยู่ และอ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้ หากคุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ก็สามารถช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้เช่นกัน 


 25. ทานหลาย ๆ มื้อ (เล็ก ๆ) ในหนึ่งวัน

          ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การทานอาหาร 4-5 มื้อเล็ก ๆ ในแต่ละวัน จะช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญ และความอยากอาหารได้ดีกว่าการทานอาหารมื้อปกติ 3 มื้อ โดยระหว่างมื้ออาหาร คุณอาจทานสแน็ก หรือผลไม้ เพื่อให้คุณอิ่ม และไม่หิวมากจนกระทั่งถึงมื้อต่อไป ทีนี้ในมื้อต่อไป คุณก็จะทานอาหารได้น้อยลงแล้ว

 26. โปรตีน ตัวช่วยลดความอ้วนในทุก ๆ มื้อ

          มีคำแนะนำให้ในแต่ละมื้ออาหารต้องมีอาหารประเภทโปรตีนผสมด้วย เพราะโปรตีนจะช่วยคงสภาพกล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น โดยโปรตีนที่แนะนำก็คือ อาหารจำพวกถั่ว นม โยเกิร์ตนั่นเอง

 27.เผ็ดหน่อย อร่อยดี

          การศึกษาพบว่า "พริก" ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย และช่วยในการเผาผลาญ จึงมีประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ การกินพริก จะไม่ทำให้รู้สึกอยากกินหวานอีก รับรองว่า กินพริกแล้ว ลืมเรื่องความอ้วนไปได้เลย

 28.ดื่มชาเขียว

          มหาวิทยาลัยสวิสเซอร์แลนด์พบว่า การดื่มชาเขียวเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะจะช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ได้ ดังนั้นควรพยายามดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ต้องเป็นชาเขียวบริสุทธิ์จริง ๆ ไม่ใช่ชาเขียวในขวดที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก แบบนี้ลดความอ้วนไม่ได้แน่นอนค่ะ

 29. ดื่มนม ก็ช่วยลดความอ้วน

          หากไม่ชอบดื่มชาเขียว จะลองหันมาดื่มนมก็ช่วยลดความอ้วนได้ เพราะนมเป็นแหล่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การที่ร่างกายได้รับวิตามินดีและแคลเซียมสูง จะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้ แถมนมยังทำให้เรารู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานอาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรที่มีน้ำตาลด้วย

 30.อ่านฉลากรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ด้วยล่ะ

          ก่อนซื้ออาหารหรือเครื่องดื่ม ลองอ่านรายละเอียดที่ติดอยู่ข้างผลิตภัณฑ์ หีบห่อ ฯลฯ ดูก่อนทุกครั้ง เพราะมันจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีแคลอรีสูง หรือไขมันสูงได้ แต่ขอย้ำว่า ยามใดที่ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ควรหลีกเลี่ยงการไปเดินในบริเวณที่ขายคุ้กกี้ พิซซ่าแช่แข็ง และไอศกรีม เพราะคุณอาจจะไม่ทันได้อ่านฉลากข้างกล่องก็ซื้อมันได้ง่าย ๆ เพราะติดใจในความอร่อยของมันนั่นเอง

 31..จดบันทึกประจำวันให้เป็นนิสัย

          แต่ละวันคุณกินอะไรไปบ้าง ลองจดบันทึกไว้ทุก ๆ สัปดาห์ดูสิ เพราะมันจะช่วยให้คุณยับยั้งชั้งใจ และควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีเลยทีเดียว

 32.ทานผลไม้สด ดีกว่าผลไม้ดอง หรือน้ำผลไม้ปั่น

          น้ำผลไม้ปั่นมักผสมน้ำเชื่อม น้ำตาล ทำให้คุณสาว ๆ ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ขณะเดียวกัน ผลไม้ดอง ก็อาจมีสารแซคคารีน หรือที่เรียกว่าขัณฑสกรผสมอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้วิตามินที่ครบถ้วน เลือกทานผลไม้สดดีกว่าแน่นอนค่ะ

 33.ความเครียด คือ จุดอ่อน

          รู้ไหมคะว่า เมื่อฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ความต้องการอาหารในร่างกายเพิ่มขึ้น หรือทำให้หิวนั่นเอง แถมหิวบ่อยชนิดที่ไม่รู้ตัวเลยด้วย เพราะคนเครียดส่วนใหญ่มักจะจมอยู่กับความเครียด จนลืมสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเอง ดังนั้น ทำตัวเองให้ห่างไกลจากความเครียดเถอะค่ะ

 34.หัวเราะ ช่วยลดความอ้วน

          งานวิจัยระบุว่า การหัวเราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ขณะเราหัวเราะ จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปได้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อท้องได้ออกกำลังไปในตัว
วิธีลดความอ้วน

 35.ชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง

          ไม่จำเป็นที่คุณจะรีบร้อน ชั่งน้ำหนักตัวทุก ๆ วัน เพราะหากคุณลดไม่ได้ดังใจปรารถนาแล้ว จะยิ่งทำให้คุณเครียดเสียเปล่า ๆ เพราะฉะนั้น ชั่งน้ำหนัก และเปลือยกายสำรวจตัวเองในห้องน้ำอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้วล่ะ

          เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 35 วิธีลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนัก ที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ ใครถูกใจวิธีไหน ลองไปใช้กันดูนะคะ อ้อ...แล้วก็ต้องปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอด้วยล่ะ ถึงจะเห็นผลเร็วค่ะ

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สูตรน้ำผลไม้ปั่นคลายร้อน อาชีพเสริมเพิ่มรายได้สำหรับร้อนนี้

วิธีทำน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ

สูตรน้ำผลไม้ปั่นคลายร้อน อาชีพเสริมเพิ่มรายได้สำหรับร้อนนี้ มาพร้อมกับสรรพคุณ และประโยชน์มากมายสำหรับผู้รักสุขภาพ ลองทำทานดูนะค่ะ รับรองได้ทั้งความอร่อย ได้ทั้งเงิน เพราะสามารถทำเป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้เสริมให้ครอบครัวได้อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีทำส้มตำข้าวโพด เมนูเพื่อสุขภาพ

• วิธีทำ ส้มตำข้าวโพด เมนูสุขภาพ

 
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ข้าวโพดจะอุดมไปด้วยวิตามินเอแล้ว มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เส้นใยอาหาร และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม และเหล็ก ช่วยบำรุงสุขภาพ ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงายได้ดีอีกด้วยค่ะ ประกอบกับส่วนประกอบในการทำส้มตำเช่นพริก มะเขือเทศ แครอท และกระเทียมแล้ว ถือว่าเป็นการผสมผสานกันที่ให้ประโยชน์มากทีเดียวค่ะ


วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เกร็ดความรู้ สรรพคุณของผักต่างๆ ให้ประโยชน์มหาศาล

เกร็ดความรู้ สรรพคุณของผักต่างๆ ให้ประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพร่างกาย อาหารบางอย่างสามารถรักษา และป้องกันการเกิดโรคได้ จะดีกว่าไหมถ้าเรารู้ว่าการ เคล็ดลับดีๆ ในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

น้ำปั่นเพื่อสุขภาพ


ทับทิม เป็นผลไม้ที่สวยงามและมีกลิ่นหอมมาก สามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัย
ในเมืองไทย ทับทิมดูจะเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแด่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์ พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 80 ปีมาแล้ว ในประเทศเปอร์เซียโบราณมีความเชื่อว่า คุณค่า ทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้ต่างๆ นั้น รวมกันอยู่ในทับทิม ทับทิมเป็นผลไม้ที่ได้รับการเพาะปลูกอย่างแพร่หลาย โดยมีการใช้ทับทิมเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้ ถือว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า
ส่วนผสม
  • เนื้อลูกทับทิม 1 ถ้วยตวง
  • น้ำต้มสุก 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเชื่อม ตามชอบ
  • เกลือ ตามชอบ

วิธีทำ
นำทับทิมแกะเอาแต่เนื้อ 1 ถ้วย ใส่ในผ้าขาวบางขยำเติมน้ำต้มสุข 1 ถ้วย ขยำซ้ำอีก กะว่าให้ได้เนื้อออกมาจากเมล็ดมากที่สุด จากนั้นนำมาเติมน้ำเชื่อมและเกลือป่น คนให้ละลาย ชิมตามชอบ


ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร
ทับทิมในตำราแพทย์สมัยโบราณ ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซี่ยม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และ ระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมี ประโยชน์ดังต่อไปนี้
  • การฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ
  • การฟอกไตและท่อปัสสาวะ
  • สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย
  • ขจัดไขมันส่วนเกิน
  • เป็นยาบำรุงกำลัง
  • ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง
  • ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน
  • ปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต
  • การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน
  • สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ
  • ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง
  • ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ
  • ทำให้ผิวหน้าสวย
น้ำแตงโม
ส่วนผสม
เนื้อแตงโม 50 กรัม ( 5 ช้อนคาว) 
น้ำเชื่อม 15 กรัม ( 1 ช้อนคาว) 
เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนชา) 
น้ำเปล่าต้มสุก 150 กรัม (10 ช้อนคาว) 
วิธีทำ
นำเนื้อแตงโม น้ำ น้ำเชื่อม เกลือ ใส่ในเครื่องปั่น นำไปปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และวิตามินซี ช่วย ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ปากเป็นแผล แก้ร้อนใน แก้ กระหายน้ำ



สูตรเด็ดน้ำผัก-ผลไม้ 

สูตรการทำน้ำผลไม้มีมากมาย หลากหลาย แล้วแต่จะปรุงแต่งเพื่อให้เกิดรสชาติที่ถูกอกถูกใจ โดยสูตรที่นำมาแนะนำต่อไปนี้ เป็นการทำน้ำผลไม้ง่ายๆ แต่มีคุณค่าสารอาหารอย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว 


น้ำกีวี
ในผลกีวี มีวิตามินซี แคลเซียม โปรตัสเซียม และมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน ส่วนผสมไม่มีอะไรมาก โดยใช้ ผลกีวีเฉพาะเนื้อ 6 ผล น้ำเชื่อม 1- 1/2 ถ้วยตวง น้ำต้มสุก 3 ถ้วยตวง เกลือ 1/2 ช้อนชา จากนั้นนำผลกีวีปอกเปลือก หั่นเนื้อกีวีเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำใส่โถปั่น ใส่น้ำเชื่อม น้ำต้มสุก และเกลือ ปั่นเข้ากันจนละเอียด จะได้น้ำกีวีสีเขียวใส น่าดื่ม นำไปแช่เย็นหรือดื่มพร้อมน้ำแข็ง สดชื่นหวานหอมชื่นใจ


น้ำแก้วมังกร
สารพัดประโยชน์ทั้งวิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ส่วนผสม ได้แก่ เนื้อผลแก้วมังกร 2 ถ้วยตวงน้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง น้ำต้มสุก 2 ถ้วยตวง เกลือ 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ก็จะคล้ายๆกันคือหลังจาก ล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกออก หั่นเอาแต่เนื้อ แล้วนำใส่โถปั่น เติมน้ำเชื่อม น้ำต้มสุก และเกลือ ปั่นจนละเอียด ชิมรสตามชอบ นำไปแช่เย็น หรือใส่น้ำแข็งก็ชื่นใจ


น้ำแครอท 
ก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กันเนื่องจากมีวิตามินเอสูงมาก วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี คาร์โบไฮเดตร แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส เส้นใย ธาตุเหล็ก และมีสารต่อต้านมะเร็งในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ส่วนผสม ได้แก่ แครอทหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วยตวง น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง น้ำต้มสุก 4 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 2ช้อนชา จากนั้นนำ ใส่โถปั่น เติมน้ำเชื่อม น้ำต้มสุก น้ำมะนาว เกลือ ปั่นให้เนียนละเอียด จะได้น้ำแครอท สีสันน่ารับประทาน


น้ำชมพู่ 
ซึ่งมีวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส เส้นใย ธาตุเหล็ก แคลเซียม ช่วยแก้กระหายน้ำชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ และลดเสมหะ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ส่วนผสม ได้แก่ ผลชมพู่สด 4 ผล น้ำเชื่อม 1/2 ถ้วยตวง น้ำต้มสุก 3 ถ้วยตวง เกลือ 1 ช้อนชา จากนั้นจึงนำใส่โถปั่น เติมน้ำเชื่อม น้ำต้มสุก และเกลือปั่นให้ละเอียด จะได้น้ำชมพู่แสนอร่อย 


5 สุดยอดของว่าง อาหารหัวใจ


5 สุดยอดของว่าง อาหารหัวใจ



กินไม่เลือกระวังจะสร้างไขมันมาอุดหัวใจ ไปดูกันดีกว่าว่าของว่างอร่อยๆ ช่วยบำรุงหัวใจมีอะไรบ้างแอปเปิ้ลเป็นความจริงที่ว่าการกินแอปเปิ้ลวันละผลจะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรงพยาบาล ในการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ แอปเปิ้ลเป็นอันดับสองของผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด(รองลงมาจากแครนเบอร์รี่) และยังมีใยอาหารชื่อเพคติน ควรทำปฏิกริยากับไฟโตนิวเทรียนท์อื่นๆ โดย สารต้านอนุมูลอิสรนะชื่อ Quercetin พบในแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดหัวใจและ ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ในขณะที่เพคตินช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล “เลว” แอปเปิ้ลยังมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบอีกด้วย
Tip : แอปเปิ้ลทุกชนิดดีต่อหัวใจของคุณ แต่แอปเปิ้ลแดงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด


วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เทคนิคป้องกันสมองเหี่ยว


เรื่องของการปลุกระดมสมองให้สดชื่นแจ่มใสเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องการ เพราะเมื่อสมองแจ่มใส ปลอดโปร่ง อะไรก็ดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น การฟัง พูด อ่าน เขียน จดจำ หรือความคิด 

กลับกัน หากสมองเหี่ยว ฝ่อ ไม่สดใส อาจจะเกิดจากความเครียด หรือการหมกมุ่นกันเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ หรือ ขาดการพักผ่อน ทักษะดังกล่าวก็จะลดน้อยถอยไป กรรมวิธีที่จะทำให้สมองแข็งแรงไปอย่างยืนยาวนั้น สถาบันดีสปายน์ไคโรแพรคติก เทคนิคมาแนะนำ 

1. ดื่มน้ำให้พอ เพราะสมองของคนเราประกอบด้วยน้ำถึง 85% ดังนั้นเมื่อร่างกายขาดน้ำ สมอง ก็จะทำงานช้าลง ทำให้กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดอะไรไม่ค่อยออก 

แต่การดื่มน้ำนั้นแต่ละคนจะมีความต้องการน้ำไม่เท่ากันขึ้นอยู่กันน้ำหนัก และพฤติกรรมต่างๆ ทั้งการเคลื่อนไหว และการบริโภค แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละ 3-5 ลิตร ส่วนเด็ก 2-3 ลิตร 

2. หายใจลึกๆ ช่วยส่งพลังงานไปถึงสมอง ถ้านั่งหายใจ หลังก็ควรจะตั้งตรง จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น และถ้านั่งนานเนไปควรเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้น ยืดสาย เพื่อให้ปอดขยาย 

3. เลือกรับประทานอาหาร ที่มีไขมันดีทดแทนไขมันในสมองที่สึกหรอ อาทิ น้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย ปลาแซลมอน อีฟนิ่งพริมโรส วิตามินซี 

4. ตั้งโปรแกรมให้สมอง โดยใช้ความตั้งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง สมองจะค่อยๆ ปรับพฤติกรรมให้ไปสู่เป้าหมายได้ 

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ไปกระตุ้นพลังออร่าให้สว่างสดใสจะช่วยดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต 

6. ฝึกสมาธิพัฒนาอารมณ์ให้สมองผ่อนคลาย จะช่วยทำให้มีจินตนาการมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำได้ทั้งตื่นเช้าหรือก่อนนอนทุกวัน 

7. ออกกำลังกาย กระตุ้นการทำงานของสมองพร้อมกับดื่มน้ำบ่อยๆ 

8. หาอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิต เช่น รู้จักคนใหม่ๆ อ่านหนังสือเล่มใหม่ ขับรถเส้นทางใหม่ หรือแลกเปลี่ยนทัศนคติใหม่ๆ กับเพื่อน สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข (เอ็นดอร์ฟิน) และสารแห่งการเรียนรู้ โดปามีน ทำให้เกิดการอยากเรียนรู้อย่างมีความสุข 

9. รู้จักให้อภัยและลดความโกรธ จะทำให้สูญเสียพลังงานน้อยลง และยังเป็นการช่วยลดภาระให้กับสมอง 

10. พูดเรื่องดีๆ กับตัวเองซ้ำๆ ให้เกินวันละ 100 ครั้ง 
11. บันทึกสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก ช่วยทำให้สมองคิดในเชิงบวก ทำให้หลับฝันดี มีสมาธิ 

12. พักผ่อนให้เพียงพอ โดยช่วงเวลา 21.00 น. จะเป็นช่วงเวลานอนที่ดีที่สุด 

เรื่องนี้ไม่ใช่เหมาะสำหรับเด็ก แต่เป็นเรื่องที่ทุกเพศ ทุกวัยสามารถปฏิบัติได้เป็นการยืดอายุสมอง ให้อยู่กับเราไปได้นานเท่านาน!!