หารายได้พิเศษทําที่บ้าน งาน Parttimeตอนเย็น หลังเลิกเรียน

สำหรับ นิสิตนักศึกษา คนว่างงาน พนักงานบริษัท และผู้ที่ต้องการ หารายได้พิเศษทําที่บ้าน งาน Parttimeตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน วันหยุด งานทำระหว่างเรียน หลังเลิกงาน เป็นรายได้พิเศษ รายได้เสริม เพียงแค่คุณสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ Internet ก็สามารถทำงานได้

งานเสริมรายได้ ผ่านอินเตอร์เน็ต ทำเวลาว่าง วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ รายได้ดี

นิสิต นักศึกษา พนักงานประจำ ผู้ว่างงาน ก็สามารถทำงาน part time เสาร์ อาทิตย์ อาชีพเสริม หลังเลิกงาน รายได้เสริม ระหว่างเรียน นอกเวลางาน เวลาว่าง อาชีพอิสระ รายได้พิเศษผ่านเน็ต สามารถรับไฟล์งานไปทำที่บ้านได้

หารายได้พิเศษเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น วันหยุด งานพิเศษทำที่บ้านได้ สนใจติดต่อคุณวิกานดาค่ะ!!

งานเสริมรับมาทําที่บ้าน งาน Part Time ทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน ตอนเย็น วันหยุด สำหรับ น้องๆ นิสิตนักศึกษา ที่ต้องการ งาน Part Time เสาร์ อาทิตย์ หางานพิเศษทำที่บ้านได้ ทำเวลาว่าง นอกเวลางานประจำ

หางานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน สนใจติดต่อคุณวิกานดาด่วนค่ะ

หางานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ งานทำตอนเย็น หลังเลิกเรียน หลังเลิกงาน สำหรับ นิสิตนักศึกษา คนว่างงาน พนักงานบริษัท และผู้ที่ต้องการ หางานพิเศษทำที่บ้านได้ งาน Part time ทำเวลาว่าง วันหยุด ระหว่างเรียน

หางานทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน วันหยุด งานทำที่บ้านได้ สนใจติดต่อด่วนที่คุณวิกานดา

สำหรับ น้องๆ นิสิต นักศึกษา ที่กำลังต้องการ งานทำระหว่างเรียน หลังเลิกเรียน วันหยุด งานทำที่บ้านได้ งาน Part time เสาร์อาทิตย์ ทำเวลาว่าง ตอนเย็น วันหยุด ระหว่างเรียน เป็นรายได้พิเศษ รายได้เสริม

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หารายได้เสริมตอนเย็น หลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน หารายได้พิเศษระหว่างเรียน นอกเวลางานงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ จ่ายรายวัน

หารายได้เสริมตอนเย็น หลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน หารายได้พิเศษระหว่างเรียน นอกเวลางานงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ จ่ายรายวัน






หารายได้เสริมตอนเย็น หลังเลิกงาน หลังเลิกเรียน งานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ เหมาะสำหรับ นิสิตนักศึกษา คนว่างงาน พนักงานบริษัท และผู้ที่ต้องการ หางานพิเศษทำที่บ้านได้ งาน Part time ทำเวลาว่าง ตอนเย็น  ระหว่างเรียน เป็น รายได้พิเศษ รายได้เสริม ใช้เวลาทำงานวันละ 2-3 ชม./วัน หรือมีเวลามากนี้ก็ยิ่งดี  โดยไม่จำกัดวันและเวลาทำงาน  สามารถเลือกเวลาทำงานเองได้  หากสนใจ  หารายได้เสริมหลังเลิกงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
รายละเอียดของงาน หารายได้เสริมหลังเลิกงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ติดต่อได้ที่คุณ ปวีณ์กรค่ะ
  • เป็นการพิมพ์เอกสาร คีย์ข้อมูล ตามไฟล์งานที่เรามีให้ ผ่านโปรมแกรม Word แล้วส่ง ไปตามรายชื่อ E-mail ที่กำหนดให้
  • สามารถรับงานกลับทำที่บ้านได้ ประมาณวันละ  2-3 ชม.
  • จ่ายรายได้ค่าตอบแทนรายวัน
คุณสมบัติของผู้สมัคร หารายได้เสริมหลังเลิกงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ติดต่อได้ที่คุณ ปวีณ์กรค่ะ
  • ชาย/หญิง  อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • สามารถใช้  Computer เบื้องต้นได้ ( Word, Excel ) และสามารถใช้  Internet  ได้
  • มีความรับผิดชอบในการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง
เอกสารที่ใช้สมัคร หารายได้เสริมหลังเลิกงานทำที่บ้าน งานพิเศษทำวันหยุด เสาร์อาทิตย์ ติดต่อได้ที่คุณ ปวีณ์กรค่ะ
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ
  • สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคาร 1 ใบ
  • จดหมายเลข >> W-167368 << เพื่อมาติดต่อรับงานด้วย
สนใจติดต่อ : คุณ วิกานดา
โทร: 090-010-5483 / 086-599-0834
สถานที่ ห้าง AEON ถ. แจ้งวัฒนะ (บางเขน)  ตรงข้าม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กทม.
เปิดทำการทุกวัน เปิดทุกวัน  09.30 – 16.00

สนใจงานฝากประวัติให้ติดต่อกลับได้ > > > > > Our Sponsors

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีคลายเครียดง่ายๆ


8 วิธีคลายเครียดทันใจ

         อย่าปล่อยให้ชีวิตต้องจมอยู่กับความเครียดจากการทำงานอันเร่งรีบและเรียกร้อง ลองใช้วิธีการต่อไปนี้ที่ได้ชื่อว่าช่วยในการคลายเครียดให้คุณได้อย่างทันใจเสมอ

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif1. จดบันทึก การจดบันทึกมีประโยชน์หลายอย่าง เป็นทั้งการทบทวนตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการสำรวจถึงทางออกที่เป็นไปได้ต่อปัญหาเหล่านี้ สามารถช่วยคุณในการย่อยสลายอารมณ์ความรู้สึกอันยากลำบากต่างๆ และเป็นหนทางในการต่อสู้กับความเครียดในอนาคต

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif2. การทำสมาธิ มีหลายวิธีในการทำสมาธิ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีใดก็ตาม การฝึกทำสมาธิสามารถลดความเครียดได้อย่างมหาศาล และต่อสู้กับปฏิกิริยาในแง่ลบจากความเครียด และเมื่อคุณผ่อนคลาย คำตอบของปัญหาที่ทำให้คุณเครียดก็จะมาถึงคุณเองในแบบที่ง่ายดายและชัดเจน

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif3. พูดกับเพื่อน การพูดสิ่งต่างๆ ออกมากับเพื่อน สามารถกระจายอารมณ์และความตึงเครียดของคุณออกมาได้ และช่วยให้คุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในปัญหาของตัวเอง และเพื่อนอาจถามคำถามที่สอดรู้สอดเห็นบางอย่าง ซึ่งจะทำให้คุณคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองในแบบที่แตกต่างออกไป

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif4. การพูดกับตัวเอง การพูดกับตัวเองในแง่ลบ สามารถทำให้เกิดความเครียดได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่จะรู้ตัว เราหมายถึงเสียงเล็กๆ ในหัวของคุณที่ประเมินสิ่งต่างๆ ที่คุณพบอยู่ และเกี่ยวกับตัวคุณเอง ลองเปลี่ยนจากการพูดกับตัวเองในแง่ลบ มาเป็นการพูดถึงตัวเองในแง่ดี มันอาจต้องใช้การสำรวจตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเลือกคำพูดที่จะใช้กับตัวเอง แต่ผลที่ได้รับก็คือความรู้สึกมั่นใจและความเครียดที่ผ่อนคลายลง

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif5. เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังทำงานมากเกินไปและเครียดเกินไป มันอาจถึงเวลาที่คุณจะเรียนรู้วิธีที่จะบอกปฏิเสธกับผู้คนที่เรียกร้องเวลาจากคุณ การปฏิเสธจะทำให้คุณรู้สึกว่ามีอำนาจมากขึ้น และคุณสามารถป้องกันไม่ให้ชีวิตยุ่งเหยิงเกินไป จนวงจรความเครียดดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง คุณสามารถมองเข้าไปในตัวเองเพื่อดูว่าทำไมคุณจึงไม่เคยปฏิเสธใคร และใช้วิธีการใหม่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif6. ฝึกการหายใจ การหายใจเข้าลึกๆ เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ง่ายดาย และมีประโยชน์อย่างมากมายต่อร่างกาย รวมถึงการเติมออกซิเจนในเลือด ที่ช่วยปลุกสมองให้ตื่นตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และทำให้จิตใจความคิดสงบ การฝึกหัดหายใจสามารถทำได้ทุกหนทุกแห่ง และได้ผลอย่างรวดเร็วจนคุณสามารถคลายเครียดได้ในพริบตา

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif7. การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยการเกร็งและคลายกลุ่มกล้ามเนื้อทั้งหลายในร่างกาย คุณสามารถผ่อนคลายความตึงเครียด และรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ต้องมีการฝึกฝนหรือใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ เริ่มด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้า แยกเขี้ยวและยิ้มค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนคลาย 10 วินาที ทำซ้ำกับกล้ามเนื้อคอตามด้วยไหล่ และกล้ามเนื้ออื่นๆ คุณสามารถทำแบบนี้ ที่ไหนก็ได้ และขณะที่คุณทำ คุณจะพบว่าตัวเองผ่อนคลายได้เร็วกว่าและง่ายกว่า

         http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann-175.gif8. การออกกำลัง คนจำนวนมากออกกำลังเพื่อควบคุมน้ำหนักและเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี แต่การออกกำลังกับการจัดการความเครียดก็มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การออกกำลังทำให้เราหันเหความสนใจไปจากสถานการณ์อันตึงเครียดเช่นเดียวกับเป็นทางออกของความหงุดหงิดคับข้องใจ และทำให้คุณชื่นบานด้วยการหลั่งของเอ็นดอร์ฟิน

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติก


อาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติก


“อาชา” หรือ ม้า เป็นสัตว์ที่มีอากัปกิริยาท่วงท่าการเคลื่อนไหวสง่างาม สามารถฝึกให้เชื่องได้ การนำม้ามาใช้บำบัดเด็กพิเศษ กลุ่มที่มีความผิดปกติด้านระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ และกลุ่มเด็กออทิสติก ที่มีปัญหาด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย และการควบคุมอารมณ์ จึงค่อนข้างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นโครงการที่เกิดขึ้นภายในกองพันลาดตระเวน กองบัญชาการนาวิกโยธิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ อีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือเพื่อสังคม

เรื่อง/ภาพ : สายสวรรค์ ขยันยิ่ง

          ดิฉันเดินทางโดยรถบัสของกองทัพเรือ ถึงกองพันลาดตระเวน กองบัญชาการนาวิกโยธิน ที่ตั้งอยู่ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ  ช่วงสายๆของวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2554 โดยความกรุณาของ พล.ร.ท.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธการ ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นสำหรับคณะสื่อมวลชน ที่ได้ติดตามท่าน พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ ไปทำข่าวหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่ดูไบ และบาห์เรน มาเมื่อปลายปีที่แล้ว ครั้นจะนัดเจอกัน สังสรรค์กันอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์  ท่านเลยจัดโปรแกรมให้เราไปเยี่ยมชมโครงการดีๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือ (ที่แน่ๆ คือท่านก็อยากให้พวกเราทำข่าวมาเผยแพร่ด้วยน่ะแหละ…ฮา!!!)
                สนามหญ้าผืนใหญ่ของกองพันลาดตระเวน ถูกล้อมรั้วไม้กั้นบริเวณหนึ่งเอาไว้  มองเห็นเด็กๆกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าตัวย่อมๆ อยู่ในบริเวณนั้น โดยมีทหารเดินจูงม้าและประกบเด็กๆ อยู่ทั้งซ้ายและขวาอย่างใกล้ชิด มองไกลๆ แยกไม่ออกหรอกค่ะ ว่าเด็กเหล่านั้นเป็นเด็กพิเศษ
                 เราได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนาวาโทเริงราช  อุทธิเสน  ผู้บังคับกองพันลาดตระเวน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นายทหารหนุ่มมาดเข้มเล่าที่มาของโครงการอาชาบำบัดให้ฟังว่า เกิดจากแรงบันดาลใจส่วนตัวของเขากับภรรยา นาวาตรีหญิง สุชญา อุทธิเสน ซึ่งเป็นพยาบาล ทั้งคู่มีลูกสาววัย 9 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติก  และก็ประสาคนเป็นพ่อเป็นแม่  ก็พยายามขวนขวายหาวิธีการบำบัดรักษาลูกมาหลายปี  รวมทั้งเข้ารับการบำบัดด้วยเครื่อง Hyperbaric Chamber  ของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สัตหีบ จ.ชลบุรี  (กองทัพเรือจะใช้ห้องปรับความดัน Hyperbaric Chamber สำหรับรักษาทหารเรือ และนักดำน้ำที่เจ็บป่วยจากการเกิดฟองอากาศในร่างกาย มาตั้งแต่ปี 2524 ต่อมาจึงศึกษาประสิทธิภาพของการใช้เครื่องนี้บำบัดเด็กพิเศษ จนกระทั่งเกิดเป็น”โครงการบำบัดเด็กออทิสติกด้วยออกซิเจนความดันสูง”ขึ้น) พวกเขาทราบว่าการนำม้ามาช่วยเสริมการบำบัดเด็กพิเศษเกิดขึ้นแล้วหลายแห่งในประเทศไทย ยกเว้นทางภาคตะวันออก  จึงรวบรวมข้อมูลและเสนอโครงการขึ้นภายในหน่วยงาน เริ่มจากในนามชมรมภริยานาวิกโยธิน และได้รับความกรุณาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เห็นความสำคัญ จนกระทั่งโครงการเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และสมาคมภริยาทหารเรือ ก็ร่วมส่งเสริมอย่างเต็มที่   เนื่องจากเป็นโครงการที่สอดคล้องกับโครงการบำบัดเด็กออทิสติกด้วยออกซิเจนความดันสูงนั่นเอง   
           ปัจจุบันมีผู้ปกครองพาเด็กๆ มาฝึกขี่ม้าแทบทุกวันประมาณ 18 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบไปจนถึง 10 กว่าปี ซึ่งเป็นเด็กที่รักษาอยู่ในโครงการเชมเบอร์ของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สัตหีบ  พวกเขาจะใช้เวลาวันละประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง มาขี่ม้า ซึ่งในความคิดของเด็กๆ คือการได้มาหาเพื่อน ได้มาเล่นกับเพื่อน  ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและรอยยิ้ม
         กองพันลาดตระเวนมีม้าอยู่ 3 ตัว ซึ่งต่างก็เป็นขวัญใจเด็กๆ ชื่อเจ้าการ์ตูน คาราบาว และปาน (2 ตัวหลังนี้น่าจะตั้งชื่อตามหนุ่มบาว-สาวปาน เป็นแน่)  พวกมันเป็นม้าลูกผสม [pony] ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ตัวไม่ใหญ่มากจึงเหมาะสำหรับเด็กๆ โดยทั้งม้า และทหารที่เข้ามาร่วมเป็นครูฝึกในโครงการทั้งหมด 10 นาย ต้องผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มข้น โดยไปเข้ารับการอบรมถึงกรมการสัตว์ทหารบก จ.นครปฐม ที่ริเริ่มโครงการอาชาบำบัดขึ้นมาก่อน
          ขั้นตอนอาชาบำบัด จะเริ่มตั้งแต่การแนะนำอันตรายที่เกิดจากม้า  การสร้างความคุ้นเคยกับม้า เด็กบางคนแค่สัมผัสโดนขนม้าก็ตื่นเต้นตกใจกล้วแล้ว  จึงต้องผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ก่อนจะถึงขั้นต่อไปคือ   ฝึกการคุ้นเคยในการจับจูงม้าและบังคับม้า   ก่อนที่จะได้ขึ้นนั่งบนหลังม้า ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่เด็กพิเศษจะต้องเอาชนะความตื่นเต้นให้ได้ เมื่อนั่งบนหลังม้าได้พัฒนาการอื่นๆ ก็จะตามมาให้เห็น  พวกเขาจะได้ฝึกบริหารร่างกายบนหลังม้า ฝึกออกคำสั่ง ท่านั่งม้าที่ถูกต้องเมื่อเวลาม้าวิ่ง  การเล่นเกมบนหลังม้า  และที่น่ารักมากๆ เลยก็คือการฝึกแสดงความรักด้วยการลูบตัวและโน้มตัวลงกอดม้า  โดยที่ขั้นตอนทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของครูฝึกอย่างใกล้ชิด ครูจะเดินประกบเด็กอยู่ทั้งข้างซ้ายและขวา เมื่อม้าตื่นหรือเสียจังหวะควบคุมนิดเดียว ดิฉันเห็นครูคว้าตัวหนูน้อยคนหนึ่งไปอุ้มเลยค่ะ  แต่นาวาโทเริงราชบอกกับพวกเราว่า ปกติครูฝึกจะคอยสังเกตว่าม้าตัวไหนหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ม้าตัวนั้นจะต้องถูกนำตัวออกไปสงบสติอารมณ์ไกลๆ  จะใช้ม้าที่อารมณ์ดีไม่มีปัญหาเท่านั้นมาให้เด็กๆขี่ จึงฝากบอกถึงผู้ปกครองว่ารับรองความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในการฝึกค่ะ
           เนื่องจากเห็นว่าโครงการนี้ไม่เก็บค่าใช้จ่ายอะไรจากผู้ปกครองที่มาฝึกเลย นักข่าวก็พากันถามถึงงบประมาณต่างๆ ก็ได้รับการชี้แจงให้กระจ่างว่า ค่าอาหารม้าเดือนละ 3-4 พันบาท ก็จัดสรรมาจากเงินสวัสดิการหรือการออกร้านทำ กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยนั่นเอง นอกจากนั้นก็ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่บ้าง ส่วนจะขยายโครงการ ด้วยการจัดหาม้ามาเพิ่มเพื่อให้รองรับเด็กได้มากขึ้นอย่างไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องในอนาคต  ดิฉันก็คิดว่า หากภาคเอกชนที่ไหนมีกำลังทรัพย์จะสนับสนุนงบประมาณหรือซื้อม้ามาบริจาคให้ ก็น่าจะทำให้กองพันลาดตระเวนแห่งนี้สามารถช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองของเด็กพิเศษที่อยู่ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกมากเลยค่ะ  
           การบำบัดด้วยม้า ไม่ได้ทำให้หายจากการเป็นออทิสติก แต่เป็นการช่วยปรับสภาพร่างกายที่ผิดปกติให้สมดุล ลดความก้าวร้าว และมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจดีขึ้น เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีขึ้น  เนื่องจากเด็กออทิสติกนั้นปกติแล้วจะเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ค่อนข้างช้า เพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุมสภาวะทางอารมณ์  และมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ ยิ่งถ้าผู้ปกครองไม่เข้าใจ ไม่อดทนพอ ก็จะยิ่งทำให้โอกาสที่เด็กเหล่านี้จะมีพัฒนาการดีขึ้นเป็นเรื่องไกลเกินฝัน  นาวาโทเริงราช ฝากแนะนำผู้ปกครองของเด็กออทิสติกว่า ต้องอดทนและให้ความรักความเข้าใจลูกมากๆ และหากต้องการฝึกให้ลูกมีวินัย ชายชาติทหารอย่างเขาบอกว่า “ต้องใช้ความรัก ความนุ่มนวล อย่าใช้ความรุนแรง”ค่ะ
           โครงการอาชาบำบัดเพื่อเด็กออทิสติกนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความสุขให้แก่ครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นเด็กออทิสติกเท่านั้น  แต่บรรดาทหารนาวิกโยธินที่เป็นครูฝึกในโครงการนี้ยังเกิดความภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคมไม่แพ้การทำหน้าที่ออกไปรบอีกด้วย

กองพันลาดตระเวน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
โทร. 08 6028 8141

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

9 วิธีป้องกันภัยของผู้หญิง

9 วิธี ป้องกันภัยของผู้หญิง







มีบ่อยครั้งที่ผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมต่างๆ

อาจเพราะว่าหลายคนมักเชื่อว่า 
ผู้หญิงอ่อนแอเกินกว่าที่จะป้องกันตัวเองได้ 
รวมไปถึงความประมาทเลินเล่อเพียงเชื่อว่าเหตุการณ์ร้าย ๆ
คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอกนะ
ดังนั้น เราลองมาดูวิธีต่างๆกันว่า หากผู้หญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแล้ว เราควรจะทำอย่างไรเพื่อเอาชีวิตรอดกันดี

1. เกร็ดความรู้จากศาสตร์ป้องกันตัว
ตามหลักของวิชาเทควันโด้กล่าวไว้ว่า ข้อศอกเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์ โดยการถองกบาลหรือกกหูมันแรงๆ

2. เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ
ข้อแนะนำจากหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์เขียนไว้ว่า
หากผู้หญิงถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือกระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่นอาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไป ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม

3. “สติ” และประสาทต้องตื่นตัวอยู่เสมอ
หมั่นสำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับ พื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย เพราะคนร้ายอาจแอบอยู่หลังเบาะคนขับก็เป็นได้ ซึ่งในกรณีนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว

4. ล็อคประตูรถทุกครั้ง
เป็นที่พบเห็นกันบ่อยครั้งเมื่อผู้หญิงส่วนใหญ่มักมองข้ามในเรื่องของการล็อคประตูรถยนต์ เหตุการณ์ร้ายแรงส่วนหนึ่งที่หลายคนประสบก็คือคนร้ายมักเปิดประตูรถและปล้นทรัพย์สิน หรือไม่ก็เอาปืนจี้แล้วบังคับไปไหนต่อไหน ดังนั้นคุณผู้หญิงจึงไม่ควรนั่งแช่ในรถ หรือเปิดประตูรถค้างไว้

5. ขับไปให้ไกล อย่าเพิ่งจอด
หากขับรถอยู่แล้วมีคนบีบแตร โบกรถ หรือชี้มาที่รถเพื่อต้องการให้เราจอดดู คุณควรขับรถเลยไปให้ไกลจนกว่าจะเจอจุดที่มีคนพลุกพล่าน และปลอดภัยกว่าที่เดิม เพราะหลายครั้งที่มิจฉาชีพมักใช้แผนนี้ล่อลวงคนโดยเฉพาะผู้หญิง

6. ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได
บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียว รวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุดเพราะคนร้ายอาจอาศัยช่วงที่ไม่มีคนหลบอยู่ตามมุมบันไดต่างๆก็เป็นได้

7. หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ .. วิ่งหนี!
โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าเคลื่อนที่) และถึงจะยิงโดน ก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญ เพราะฉะนั้น คุณควรวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตลูกเดียว...

8. อย่าวางใจคน จะจนใจเอง
ผู้หญิงมักใจอ่อน ขี้สงสารและเห็นอกเห็นใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่มขืน หรือฆาตกรรมได้ โดยกรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้วหลายราย อาทิฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด เบินดี้ม เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา มักใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิดความสงสัยสักนิด เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดิน โดยอาศัยไม้เท้า หรือแสร้งทำขากะเผลก จากนั้นจะขอ “ความช่วยเหลือ” จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ แล้วก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป

9. “ไฟไหม้” แทนคำว่า “ช่วยด้วย”
จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน
หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ เวลาร้องขอความช่วยเหลือให้ร้องว่า “ไฟไหม้” แทนคำว่า “ช่วยด้วย” เพราะคำว่าไฟไหม้จะทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูสถานการณ์ได้เร็วกว่า
ท้ายนี้ขอให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงพึงระลึกไว้เสมอว่า”โลกใบนี้มีคนวิกลจริตอาศัยอยู่มาก … ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง“…


ข้อมูลจาก นสพ. ผู้จัดการ

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ประวัติความเป็นมาของตุ๊กตา Blythe


Who's that Girl ?

Blythe อ่านออกเสียงว่า ' Blahyth ' หรือ ' Blind ' เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐ ฯ นามว่า Kenner ภายใต้concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตาดังนั้นโมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe , Karess , willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้


Blythe by Kenner

       ปี 1972 Blythe ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์วินเทจที่มีให้ Mix&Match กว่า 12 ชุด ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้นถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น ด้วยดวงตากลมโตที่สามารภเปลี่ยนสีได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่กลับทำให้มันกลายเป็นตุ๊กตาตัวแรกของโลกที่เด็กๆพากันหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น



Gina Garan

    30 ปี ต่อมา จากตุ๊กตาเด็กเล่นที่ครั้งหนึ่งคือสินค้าเหลือค้างสต๊อก มาบัดนี้มันกลายเป็นตุ๊กตาหายาก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่เพื่อนสนิทของGina Garan ( โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้มอบตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญให้ เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง Gina เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเกือบทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพจากกล้อง SLR โดยมี Blythe เป็นนางแบบให้เธอได้บันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป้นหนังสือรวมภาพถ่ายสุดสวย ( Chronicle Books ) ชื่อ ' This is Blythe ' รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 เล่มในปี 2001 พร้อมกับนิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลก

                   

             Blythe first photo book     Blythe Exhibition         My Blythe a Photo

                         ' This is Blythe '               in HongKong              Contest Exhibition

The Japanese Blythe

    หลังจากที่ Hasbro ( ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe บนเว็บ eBAY ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 35$ เป็น 350$ ทันที รวมถึง Neo-Blythe บนเว็บประมูลของ Yahoo ก็ขายหมดเกลี้ยงสต๊อกถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ตัวที่มีราคาแพงและหายากที่สุดก็คือ Blythe คอลเลกชั่นวินเทจ ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,000 เหรียญสหรัฐ ฯ


PARCO Holiday TVCF campaign airs !!


CWC Limited Edition : PARCO Limited , June 2001

    กระแส Blythe fever ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่ Gina กับ Junko Wong ( โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่น ) ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการต่างๆที่เกียวกับ Blythe ขึ้น ก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงาน Annual Blythe Charity Fashion Show ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายในงานได้มีการระดมพลสุดยอดดีไซเนอร์ฝีมือดีของห้องเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังจากทุกมุมโลกอย่าง John Galliano , Prada , Gucci , Vivienne Westwood , Issey Miyake , Versace , Sonia Rykiel ฯลฯ มาร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าตัวจิ๋วให้กับเหล่านางแบบ Blythe ได้สวมเดินเฉิดฉายอยู่บนแคตวอล์กกลางกรุงโตเกียว

Neo Blythe 

Petite Blythe and Blythe Belle

    ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า ' Neo Blythes ' และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก ' Parco Limited Edition ' ( 1,000 ตัว ) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian , Rosie Red , Holly Wood , All Gold in One , Kozy Kape inspired , Aztec Arrival , Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีของ Neo Blythes พร้อมเซอร์ไพรส์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า ' Petite Blythe ' ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆกับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆให้ดูมี Movement เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคอลเลกชั่นที่ถือว่าโดดเด่นและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly , Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว ' Blythe Belle ' ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น

        

    MonDrian               Rosie Red             Hollywood         All Gold in One          Kozy Cape

                            

                          Aztec Arrival       Sunday Best        Miss Aniversary

Blythe Bodies

    BL : ในช่วงปี 2001-2002 Neo Blythe ได้ผลิตออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตุ๊กตาที่มีอิทธิผลต่อแวดวงแฟชั่น ด้วยบอดี้แบบตุ๊กตา Licca ตุ๊กตา 6 ตัวแรกที่ปฏิวัติตุ๊กตารูปแบบเดิมๆด้วยลูกตาที่มีความแวววาว และพื้นผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตา พร้อมกับแต่งแปลือกตาให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสีผิวหน้าให้มันวาวขึ้นด้วย

    EBL ( Excellent  ) : ในปี 2003 Takara เฉลิมฉลองวันครบรอบ 1 ปีแรกของ Blythe ด้วยการเปิดตัว Excellent Blythe ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับต้นแบบเดิมของ Kenner จะต่างกันก็ตรงวัสดุ ยกตัวอย่างเช่น รุ่น Cinnamon Girl ที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกและยางสีเข้ม มีความโปร่งใสมันวาว จนมาถึงรุ่น Fruit Punch แต่พลาสติกที่ใช้ทำลูกตาจะเป็นโทนสีสว่างขึ้น ( หลังจากที่หยุดผลิต EBL Dolls ... Takara ก็ได้ปล่อยตุ๊กตา Blythe รุ่นใหม่คือ Margaret Meets Ladybug และ Samedi Marche ออกมาตีตลาดของเล่นอีกอย่างต่อเนื่อง )

                           

                        Cinnamon Girl        Fruit Punch         Samedi Marche

    SBL ( Superior ) : ในปี 2004 - ปัจจุบัน ยังคงอิง Blythe ต้นแบบดั้งเดิมของ Kenner ( 1972 ) มากที่สุด แต่รูปแบบนั้นเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มจากการยกเครื่องเปลี่ยนตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงโครงสร้างภายใน ไม่ว่าจะเป็นลูกตาที่มีความแวววาวขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆที่ประกอบอยู่ด้านหลังก็ถูกทำให้ดูสมูทขึ้น พร้อมกับเพิ่มชิ้นส่วนใหม่บริเวณหนังศีรษะเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความทนทานมากขึ้นด้วย

    RBL ( Radiant ) : ในปี 2006 Radiant Blythe ถูกผลิตขึ้นมาตีตลาดอีกครั้ง ภายใต้บอดี้ที่เหมือนกับ SBL และ EBL แต่แตกต่างกันที่ตรงส่วนโค้งของเปลือกตาที่ดูลึกและมีมิติขึ้น เช่นรุ่น Darling Diva , Last Kiss และ Star Dancer

                           

                        Darling Diva              Last Kiss              Star Dancer

    ในขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนต่อไปอย่างก้าวกระโดด ผู้คนต่างต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหวังก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จนหลงลืมคุณค่าของอดีต แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่โหยหาอดีต เฉกเช่นเดียวกับ Blythe ที่แม้จะเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา แต่มันก็ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงยังคงหลงเสน่ห์ในตัวมันนัก แม้เวลาจะผ่านไปสักกี่สิบปีก็ตาม ....




** บทความทั้งหมดคัดลอกจาก Special Story โดยคุณอภิญญา จากนิตยสารเปรียว **

และขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.blythedoll.com ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม


เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ที่เชียงราย









เชียงรายจัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งามครั้งที่ 9” ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 55 - 3 ม.ค. 56 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก อ.เมืองจ.เชียงราย ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ชมดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ เมืองเชียงราย
นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายมีภูมิประเทศสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติพันธุ์ต่างๆ อีกทั้งยังมีภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกไม้ดอกเมืองหนาว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงได้จัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม” ในช่วงฤดูหนาวเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 เมืองเชียงรายอีกด้วย โดยได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่วันที่ 24 ธันวาคม 2555 - 3 มกราคม 2556 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก (ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวง)
วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัดเชียงราย เสริมสร้างรายได้แก่ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาให้จังหวัดเชียงรายเป็นแหล่ง ผลิตไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่มีคุณภาพ โดยการจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และนำดอกทิวลิปที่เพาะปลูกในจังหวัดเชียงรายมาเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดนัก ท่องเที่ยวให้มาชมโดยไม่ต้องเสียเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ
ภายในงานจัดให้มีสวนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอุทยานไม้ดอกไม้ประดับที่แสดงถึงความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรชาว เชียงราย และชาวไทยทุกหมู่เหล่า อุทยานไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ ดอกลิลลี่และทิวลิปหลากสีหลายสายพันธุ์ รวมทั้งประติมากรรมดอกไม้รูปทรงต่างๆ เช่น อุโมงค์ดอกไม้ พร้อมไม้ยืนต้นลีลานานาชนิด อุทยานกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกล้วยไม้ในจังหวัดเชียงราย การประกวดขบวนรถบุปผชาติ การแสดงงานฝีมือและการประดิษฐ์ดอกไม้ใบตอง การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ศึกษาวิถีชีวิตในข่วงวัฒนธรรมล้านนาและชนเผ่า โดยการจำลองวิถีชีวิตชนชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมที่มีการหล่อหลอมรวมกันเป็นอารยะทางวัฒนธรรมได้อย่างผสมกลม กลืนในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต นอกจากนี้ภายในงานยังได้นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของดีเมืองเชียงรายมาจัดจำนวน หลายร้อยร้านค้า ทั้งชาและกาแฟจากยอดดอย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
และในวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปเชิญชมขบวนรถบุปผาชาติที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์จากส่วนราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน กว่า 20 แห่งโดยเริ่มขบวนที่หน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเคลื่อนไปตามถนนบรรพปราการ ถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชในเวลา 18.00 น. ชมพิธิเปิดงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามที่ยิ่งใหญ่อลังการกับการแสดงมินิไลน์ แอนด์ ซาวนด์ ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก และวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ขอเชิญร่วม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ในบรรยากาศแห่งล้านนา
เชียงรายจัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งามครั้งที่ 9” ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 55 - 3 ม.ค. 56 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก อ.เมืองจ.เชียงราย ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ชมดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ เมืองเชียงราย
นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายมีภูมิประเทศสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติพันธุ์ต่างๆ อีกทั้งยังมีภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกไม้ดอกเมืองหนาว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงได้จัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม” ในช่วงฤดูหนาวเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 เมืองเชียงรายอีกด้วย โดยได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่วันที่ 24 ธันวาคม 2555 - 3 มกราคม 2556 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก (ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวง)
วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัดเชียงราย เสริมสร้างรายได้แก่ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาให้จังหวัดเชียงรายเป็นแหล่ง ผลิตไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่มีคุณภาพ โดยการจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และนำดอกทิวลิปที่เพาะปลูกในจังหวัดเชียงรายมาเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดนัก ท่องเที่ยวให้มาชมโดยไม่ต้องเสียเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ
ภายในงานจัดให้มีสวนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอุทยานไม้ดอกไม้ประดับที่แสดงถึงความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรชาว เชียงราย และชาวไทยทุกหมู่เหล่า อุทยานไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ ดอกลิลลี่และทิวลิปหลากสีหลายสายพันธุ์ รวมทั้งประติมากรรมดอกไม้รูปทรงต่างๆ เช่น อุโมงค์ดอกไม้ พร้อมไม้ยืนต้นลีลานานาชนิด อุทยานกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกล้วยไม้ในจังหวัดเชียงราย การประกวดขบวนรถบุปผชาติ การแสดงงานฝีมือและการประดิษฐ์ดอกไม้ใบตอง การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ศึกษาวิถีชีวิตในข่วงวัฒนธรรมล้านนาและชนเผ่า โดยการจำลองวิถีชีวิตชนชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมที่มีการหล่อหลอมรวมกันเป็นอารยะทางวัฒนธรรมได้อย่างผสมกลม กลืนในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต นอกจากนี้ภายในงานยังได้นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของดีเมืองเชียงรายมาจัดจำนวน หลายร้อยร้านค้า ทั้งชาและกาแฟจากยอดดอย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
และในวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปเชิญชมขบวนรถบุปผาชาติที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์จากส่วนราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน กว่า 20 แห่งโดยเริ่มขบวนที่หน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเคลื่อนไปตามถนนบรรพปราการ ถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชในเวลา 18.00 น. ชมพิธิเปิดงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามที่ยิ่งใหญ่อลังการกับการแสดงมินิไลน์ แอนด์ ซาวนด์ ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก และวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ขอเชิญร่วม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ในบรรยากาศแห่งล้านนา
เชียงรายจัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งามครั้งที่ 9” ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 55 - 3 ม.ค. 56 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก อ.เมืองจ.เชียงราย ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ชมดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ เมืองเชียงราย
นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายมีภูมิประเทศสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติพันธุ์ต่างๆ อีกทั้งยังมีภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกไม้ดอกเมืองหนาว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงได้จัดงาน “เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม” ในช่วงฤดูหนาวเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 เมืองเชียงรายอีกด้วย โดยได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่วันที่ 24 ธันวาคม 2555 - 3 มกราคม 2556 ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก (ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวง)
วัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจังหวัดเชียงราย เสริมสร้างรายได้แก่ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาให้จังหวัดเชียงรายเป็นแหล่ง ผลิตไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่มีคุณภาพ โดยการจัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และนำดอกทิวลิปที่เพาะปลูกในจังหวัดเชียงรายมาเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดนัก ท่องเที่ยวให้มาชมโดยไม่ต้องเสียเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ
ภายในงานจัดให้มีสวนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอุทยานไม้ดอกไม้ประดับที่แสดงถึงความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรชาว เชียงราย และชาวไทยทุกหมู่เหล่า อุทยานไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ ดอกลิลลี่และทิวลิปหลากสีหลายสายพันธุ์ รวมทั้งประติมากรรมดอกไม้รูปทรงต่างๆ เช่น อุโมงค์ดอกไม้ พร้อมไม้ยืนต้นลีลานานาชนิด อุทยานกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกล้วยไม้ในจังหวัดเชียงราย การประกวดขบวนรถบุปผชาติ การแสดงงานฝีมือและการประดิษฐ์ดอกไม้ใบตอง การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ศึกษาวิถีชีวิตในข่วงวัฒนธรรมล้านนาและชนเผ่า โดยการจำลองวิถีชีวิตชนชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมที่มีการหล่อหลอมรวมกันเป็นอารยะทางวัฒนธรรมได้อย่างผสมกลม กลืนในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต นอกจากนี้ภายในงานยังได้นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของดีเมืองเชียงรายมาจัดจำนวน หลายร้อยร้านค้า ทั้งชาและกาแฟจากยอดดอย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
และในวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปเชิญชมขบวนรถบุปผาชาติที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์จากส่วนราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน กว่า 20 แห่งโดยเริ่มขบวนที่หน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเคลื่อนไปตามถนนบรรพปราการ ถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราชในเวลา 18.00 น. ชมพิธิเปิดงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามที่ยิ่งใหญ่อลังการกับการแสดงมินิไลน์ แอนด์ ซาวนด์ ณ บริเวณสวนไม้งามริมน้ำกก และวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ขอเชิญร่วม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ในบรรยากาศแห่งล้านนา

สาระรอบรู้ วิธีิประหยัดน้ำมันแบบง่ายๆ


12 วิธีการประหยัดน้ำมันแบบง่าย ๆ
ตอนนี้ราคาน้ำมันก็มีวี่แววว่าจะขึ้นต่อไปเรื่อยๆ คนกรุงอย่างเรา ๆ ก็ยังคงเดินทางไปไหนมาไหนโดยอาศัย "รถยนต์" เป็นหลัก ดังนั้น
ไม่ว่าทางไหนที่จะสามารถประหยัดได้ก็น่าที่จะลองดู

ดังนั้น “ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” จึงได้มีวิธีประหยัดน้ำมันแบบง่าย ๆ 12 วิธี มาฝากกัน โดยเป็นการรวบรวมจากอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ลองปฏิบัติดูอาจจะช่วยประหยัดได้บ้างไม่มากก็น้อย

ขั้นตอนการประหยัดผลที่จะได้รับ
 1. เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือก่อน 9 โมงเช้าเสมออุณหภูมิที่เย็นน้ำมันหดตัวได้ปริมาตรมากขึ้น 2%
 2. เติมน้ำมันแค่หัวจ่ายตัดพอแล้วถ้าเติมจนเต็มปรี่ ร้อนๆน้ำมันจะขยายตัวระเหยทิ้งที่รูระบาย
 3. อุ่นเครื่อง 1 นาทีในหน้าร้อนและ 3 นาทีในหน้าหนาวเครื่องจะได้ไม่ใช้กำลังฉุดมากและการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้น
 4. ค่อยๆออกตัวเมื่อรถจอดนิ่ง 1-2 พันรอบได้ความนิ่มนวล ประหยัด และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
 5. ควรใช้เกียร์สูงเมื่อรถวิ่งได้ 2500 รอบขึ้นไปการลากเกียร์จะทำให้ชดเกียร์ทำงานจนอายุการใช้งานสั้น
 6. เครื่อง 2.0 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 110 กม./ชม.รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
 7. เครื่อง 1.6 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 90 กม./ชม.รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
 8. พักรถสัก 15 นาทีเมื่อขับเกิน 4 ชม.เพื่อให้ลดความร้อนให้น้ำมันในระบบคลายความร้อนกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้ง
 9. เกียร์ถอยกินน้ำมันมากสุด ควรค่อยๆถอยไม่ต้องรีบเกียร์ถอยใช้อัตราทดและแรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์
 10. ก่อนถึงปลายทางสัก 500 เมตรให้ปิด COM แอร์ลดภาระเครื่องเป่าลมไล่ความชื้นในตู้แอร์และไล่เชื้อราที่อยู่ในนั้นด้วย
 11. เช็คลมยางให้สม่ำเสมอทุกๆ 2 อาทิตย์และเมื่อจะออกเดินทางไปต่างจังหวัดลมยางอ่อนวิ่งได้ช้า ขอบยางสึกมากอายุการใช้งานสั้น
 12. พยายามอย่าใส่ของไว้ในรถเยอะเพิ่มน้ำหนักรถทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 % ตามระยะทาง